ธรรมประทีป ๙ ธรรมภาคปฏิบัติ โดย อ.ไชยทรง จันทรอารีย์

● สารบัญ

● โหลด eBook

● เกริ่นนำ

● เรื่องอัตตา-อนัตตา

 

        ๒.การไม่เข้าใจความหมายของคำว่า อัตตา และ อนัตตา

        การไม่เข้าใจความหมายของคำว่า "อนัตตา" เป็นจุดสำคัญอีกจุดหนึ่งในพระพุทธศาสนา ที่ทำให้ผู้ศึกษาธรรมะเข้าใจไขว้เขวอย่างมากมาย

        กล่าวโดยความจริงแล้ว คำว่า "อนัตตา" นี้แปลว่า "ไม่ใช่ตัวตน" แต่ส่วนใหญ่ที่ได้ยินกันอยู่ในปัจจุบันนี้ กลับแปลอย่างผิดๆว่า "ไม่มีตัวตน" ไปเสีย ทำให้เกิดความเข้าใจผิดขึ้นอย่างมากมายทีเดียว

        คำว่า "ไม่ใช่ตัวตน" หมายความว่า ตัวตนที่แท้จริงมีอยู่ แต่กลับหลงไปยึดเอาขันธ์ ๕ ซึ่งไม่ใช่ตัวตน เข้ามาเป็นตัวตนด้วยความเข้าใจผิด เพราะไม่รู้จักตัวตนที่แท้จริง

        ส่วนคำว่า "ไม่มีตัวตน" นั้นหมายความว่า "ไม่มีสิ่งใดเลย" ที่มีชีวิตจิตใจ นอกจากก้อนดิน ก้อนอิฐ ก้อนกรวด ต้นไม้ ภูเขา ฯลฯ ซึ่งเป็นวัตถุตามธรรมชาติเท่านั้น ซึ่งเป็นผลให้เข้าใจผิดว่า ไม่มีผู้กระทำกรรม และ ไม่มีผู้รับผลของกรรมนั้นๆ ด้วย

        ดังที่มักจะได้ยินกันว่า บรรดาธรรมทั้งหลายนั้น มีแต่การกระทำอย่างเดียวเท่านั้น ผู้กระทำหามีไม่ เป็นต้น จัดเป็นนัตถิกทิฐิในพระพุทธศาสนานี้ ซึ่งไม่ได้มีความหมายเกี่ยวข้องกับคำว่า "อนัตตา" แต่ประการใดเลย

        สำหรับคำว่า "อัตตา" นั้น เป็นสภาพธรรมที่อยู่ตรงกันข้าม กับคำว่า""อนัตตา" และมีปรากฏเป็นพุทธพจน์อย่างมากมายหลายแห่งเสียด้วย (จะกล่าวโดยละเอียดต่อไป).

 

คัดลอกจาก ธรรมประทีป ๙ ธรรมะภาคปฏิบัติ อ.ไชยทรง จันทรอารีย์ หน้า ๗๙-๘๑

 

        ก่อนหน้า ความเข้าใจสับสนในพระพุทธศาสนา ๑

        อ่านต่อ   คำบัญญัติและคำสมมุติ

 

        เรื่องอัตตา-อนัตตา

        ความเข้าใจสับสนในพระพุทธศาสนา ๑

        ความเข้าใจสับสนในพระพุทธศาสนา ๒

        คำบัญญัติและคำสมมุติ

        คำบัญญัติและคำสมมุติในพระพุทธศาสนา

        อัตตาและอนัตตา

        ผลของการสอนผิดๆว่าไม่มีตัวตน

        ตัวอย่างการสอนเรื่องอนัตตาผิดอีกแบบหนึ่ง

        อะไรๆ ก็ไม่ใช่ตัวตน ที่ใช่ตัวตนล่ะ ???

        จิตบริสุทธิ์ก็คืออัตตา(ที่พึ่ง) เป็นอมตธรรม

        อัตตาของศาสนาพราหมณ์กับศาสนาพุทธ