ธรรมประทีป ๙ ธรรมภาคปฏิบัติ โดย อ.ไชยทรง จันทรอารีย์

● สารบัญ

● โหลด eBook

● เกริ่นนำ

● เรื่องอัตตา-อนัตตา

 

        คำบัญญัติและคำสมมุติ

        คำบัญญัติ คือ การกำหนด หรือตั้งคำพูดเพื่อใช้เรียกขาน บรรดาวัตถุหรือสิ่งของที่มีอยู่แล้ว เพื่อให้ใช้พูดจากันรู้เรื่อง หมายความว่า ภาษาคำพูดทั้งหมดเป็นบัญญัติทั้งสิ้น เมื่อบัญญัติคำใดขึ้นก็ตาม จะต้องมีสิ่งรองรับคำบัญญัตินั้นอยู่ก่อนแล้ว ใครจะคิดตั้งเป็นบัญญัติคำพูดขึ้น โดยที่ไม่มีวัตถุหรือสิ่งของรองรับคำบัญญัตินั้นไม่ได้เลย

        ดังนั้น คำบัญญัติ จึงต้องมีภายหลังวัตถุหรือสิ่งของ เช่น ถ้วยแก้ว เป็นต้น จะต้องมีผู้ประดิษฐ์ภาชนะที่ทำด้วยแก้วสำหรับใส่น้ำขึ้นก่อน แล้วจึงบัญญัติชื่อเรียกภาชนะอันนี้ว่า "ถ้วยแก้ว"ในภายหลัง

        แล้วต่างคนต่างก็ยอมรับและจดจำความหมายของคำว่า "ถ้วยแก้ว" ไว้ ถ้าใครเอ่ยถึงคำที่ได้บัญญัติว่า "ถ้วยแก้ว" ขึ้นเมื่อใด ก็ต้องรู้ว่า ผู้เอ่ยหมายถึงอะไร? รูปร่างสัณฐานเป็นอย่างไร?

        คำว่า สมมุติ นั้น คือ การกำหนด หรือตั้งบัญญัติซ้อนบัญญัติลงไปอีกชั้นหนึ่ง เพื่อให้จำกัดชัดลงไปว่า หมายถึง วัตถุชิ้นนั้น สิ่งนั้น หรือหมายถึงคนๆนั้น ไม่ใช่หมายถึงวัตถุชิ้นอื่น สิ่งอื่น หรือคนอื่น ซึ่งอยู่ในบัญญัติคำเดียวกัน หรือมีชื่อเรียกอย่างเดียวกัน

        เช่น คำสมมุติ พ่อแม่ สามีภรรยา ลูกหลาน พระราชา พระราชินี เป็นต้น คำสมมุติที่กล่าวมาทั้งหมดเหล่านี้ มาจากคำบัญญัติเดิมว่า “คน” เหมือนกัน แต่เพราะคนๆนั้น ได้ทำหน้าที่ หรือมีภาระในการให้กำเนิดแก่บุตร ฝ่ายชายก็เรียกว่าพ่อ ฝ่ายหญิงก็เรียกว่าแม่ ดังนี้เป็นต้น

        บัญญัติ แบ่งออกเป็น ๒ ชนิด คือ

        ๑.อัตถบัญญัติ ตั้งขึ้นเพื่อให้รู้เนื้อความ รูปร่าง สัณฐาน กิริยาอาการของสิ่งที่ได้ตั้งชื่อนั้นๆไว้ เช่น ต้นไม้ เมฆ น้ำ เดิน สวย เป็นต้น

        ๒.สัททบัญญัติ ตั้งเป็นถ้อยคำสำหรับใช้พูดจากัน ตามที่ได้ตกลงยอมรับว่าหมายถึงอะไรในตอนที่ตั้งเป็นอัตถบัญญัติ เมื่อได้ยินเสียงกล่าวขานออกมาอย่างใดก็เข้าใจ และรู้เรื่องตามนั้น เช่น ได้ยินเสียงคนพูดออกมาว่า “ต้นไม้” ผู้ได้ยินก็สามารถนึกรูปร่างของต้นไม้ได้ถูกต้อง ตรงกับที่ผู้พูด หมายความถึงได้ เป็นต้น

        คำว่า อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ อัตตา นิพพาน และคำที่เรียกว่า ปรมัตถ์, เหล่านี้ ล้วนแต่เป็นคำบัญญัติ และต้องมีสภาวะรองรับทั้งสิ้น จะบอกว่าคำบัญญัติคำหนึ่งคำใดเหล่านี้ ไม่มีสภาวะรองรับย่อมไม่ได้ ถ้าหากหยุดพูดกล่าวขานเสียเมื่อใด คำบัญญัตินั้นก็ดับไป แต่วัตถุหรือสิ่งนั้นๆ อันเป็นสภาวะรองรับยังคงมีอยู่โดยปกติธรรมดา มิได้หายสูญไป ตามบัญญัติที่เลิกพูดถึงไปด้วย.

 

คัดลอกจาก ธรรมประทีป ๙ ธรรมะภาคปฏิบัติ อ.ไชยทรง จันทรอารีย์ หน้า ๘๓-๘๔

 

        ก่อนหน้า ความเข้าใจสับสนในพระพุทธศาสนา ๒

        อ่านต่อ   คำบัญญัติและคำสมมุติ

 

        เรื่องอัตตา-อนัตตา

        ความเข้าใจสับสนในพระพุทธศาสนา ๑

        ความเข้าใจสับสนในพระพุทธศาสนา ๒

        คำบัญญัติและคำสมมุติ

        คำบัญญัติและคำสมมุติในพระพุทธศาสนา

        อัตตาและอนัตตา

        ผลของการสอนผิดๆว่าไม่มีตัวตน

        ตัวอย่างการสอนเรื่องอนัตตาผิดอีกแบบหนึ่ง

        อะไรๆ ก็ไม่ใช่ตัวตน ที่ใช่ตัวตนล่ะ ???

        จิตบริสุทธิ์ก็คืออัตตา(ที่พึ่ง)เป็นอมตธรรม

        อัตตาของศาสนาพราหมณ์กับศาสนาพุทธ