หนังสือธรรมประทีป ๙ ธรรมะภาคปฏิบัติ โดย อ.ไชยทรง จันทรอารีย์

 

        พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงสอนเรื่อง ตัวตน ควบคู่กับ สิ่งที่ไม่ใช่ตัวตน

        โปรดพิจารณาพุทธอุทานบทหนึ่ง ซึ่งทรงเปล่งออกหลังจากตรัสรู้ใหม่ๆ ดังนี้คือ

        "ยทา จ อตฺตนา เวทิ มุนิ โมเนน พฺราหมฺโณ อถรูปา อรูปา จ สุขทุกฺขา ปมุญฺจติ" แปลว่า "เมื่อใดพราหมณ์ผู้เป็นมุนี มารู้จักตนเข้าด้วยปัญญาอันเกิดจาก(จิต)สงบ เมื่อนั้นพราหมณ์ย่อมพ้นจากรูป อรูป สุข และทุกข์ ดังนี้"

        ทรงเห็นว่า รูป อรูป สุข และทุกข์ เป็นอนัตตาด้วยความมั่นใจ เพราะทรงรู้จักจิตที่สงบเป็นสันตินิพพานแล้ว

        จากพระบาลีที่ยกมานี้ จะแลเห็นได้ว่า พระพุทธองค์ได้ทรงใช้หลักเกณฑ์อย่างมั่นคง ในการปฏิเสธ รูป อรูป(นาม)สุขและทุกข์ ที่เนื่องจากนั้นว่าเป็น อนัตตา จนพระองค์หลุดพ้นออกมาเสียได้ ซึ่งหมายถึง จิตหลุดพ้นโดยเฉพาะ

        เป็นที่น่าสังเกตว่า พระพุทธองค์ทรงใช้คำว่า อนัตตา สำหรับปฏิเสธรูป นาม สุข และ ทุกข์ อันเนื่องจากนั้น ซึ่งเป็นสังขารธรรมในภาคพื้นโลกียะนี้เท่านั้น เพราะได้ทรงพบจิตบริสุทธิ์ว่าเป็น อัตตา(ที่พึ่ง) คือ สภาพธรรมที่ไม่ตาย(อมตธรรม) ที่ทรงความรู้ไว้ตลอดทุกกาลสมัย,มาแล้ว พระองค์มิได้ทรงปฏิเสธสิ่งต่างๆโดยปราศจากเหตุผลเลย

        ถ้าหากทรงปฏิเสธอมตธรรม ซึ่งได้แก่ พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ พระนิพพาน ทิ้งเสีย ด้วยคำว่า อนัตตา แล้ว ก็ย่อมไม่มีธรรมะข้ออื่น หรือสิ่งอื่นในพระศาสนานี้ ที่จะนับว่ามีแก่นสารเป็นที่พึ่งได้อีกเลย คำว่าอมตธรรมอันเที่ยงแท้ถาวรก็ย่อมไม่มีจริง และพระองค์ย่อมตรัสว่าได้พบอมตธรรมในวันตรัสรู้,ไม่ได้อีกด้วย.

 

คัดลอกจาก ธรรมประทีป ๙ ธรรมะภาคปฏิบัติ อ.ไชยทรง จันทรอารีย์ หน้า ๑๐๐-๑๐๑

 

        ก่อนหน้า อะไรๆ ก็ไม่ใช่ตัวตน ที่ใช่ตัวตนล่ะ???

        อ่านต่อ   อัตตาของศาสนาพราหมณ์กับศาสนาพุทธ

 

        เรื่องอัตตา-อนัตตา

        ความเข้าใจสับสนในพระพุทธศาสนา ๑

        ความเข้าใจสับสนในพระพุทธศาสนา ๒

        คำบัญญัติและคำสมมุติ

        คำบัญญัติและคำสมมุติในพระพุทธศาสนา

        อัตตาและอนัตตา

        ผลของการสอนผิดๆว่าไม่มีตัวตน

        ตัวอย่างการสอนเรื่องอนัตตาผิดอีกแบบหนึ่ง

        อะไรๆ ก็ไม่ใช่ตัวตน ที่ใช่ตัวตนล่ะ ???

        จิตบริสุทธิ์ก็คืออัตตา(ที่พึ่ง)เป็นอมตธรรม

        อัตตาของศาสนาพราหมณ์กับศาสนาพุทธ