วิเวก ๓

posted on 05 Nov 2009 05:34 by dhama9 in Dhamaprateep9

หนังสือธรรมประทีป ๙ ธรรมะภาคปฏิบัติ โดย อ.ไชยทรง จันทรอารีย์

 

        วิเวก ๓

        วิเวก หมายถึง ความสงบสงัด ที่ได้รับจากการปลีกตัวออกไปจากสิ่งที่เข้ามารบกวนจิตใจให้วุ่นวายได้ อันได้แก่ อารมณ์ที่น่ารักน่าชอบใจทั้งหลายนั่นเอง

        วิเวกมีความจำเป็นสำหรับการปฏิบัติทางจิตมากที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผู้ที่ปฏิบัติใหม่ๆ ผู้ปฏิบัติจะต้องปลีกตัวออกจากสิ่งที่เข้ามารบกวนจิตใจให้มากที่สุดเสียก่อน จึงจะปฏิบัติได้ก้าวหน้า และสามารถนำจิตของตนให้หลุดพ้น จากการปรุงแต่งของอารมณ์ทั้งหลายได้ในที่สุด

        วิเวก มีอยู่ ๓ ประการ คือ กายวิเวก จิตวิเวก และอุปธิวิเวก

        ๑.กายวิเวก คือ เพิกอารมณ์ที่จะเข้ามารบกวนทางร่างกาย ได้แก่ ทางตา หู จมูก ลิ้น กายสัมผัส รวม ๕ ทาง เป็นขั้นแรก

        ๒.จิตวิเวก คือ เพิกเรื่องที่นึกคิดออกไป ด้วยการยกจิตออกจากเรื่องที่นึกคิดนี้ไปตั้งไว้ที่ฐานที่ตั้งสติ ที่ได้อุปโลกน์ไว้อย่างมั่นคง อารมณ์ที่กำลังนึกคิดก็จะดับไป เป็นขั้นที่ ๒

        ๓.อุปธิวิเวก คือ เพิกความยินดียินร้าย ที่ปรุงแต่งให้จิต แลบออกไปยึดถืออารมณ์ทั้งปวง ออกไปให้หมดอย่างสิ้นเชิง ถ้ามีสิ่งใดมารบกวนให้จิตกระเพื่อมขึ้นมาเมื่อใด ก็ให้รีบยกจิต ออกจากสิ่งนั้นๆ และนำเข้าสู่ฐานที่ตั้งสติทันทีเมื่อนั้น จนชำนาญ เป็นขั้นที่ ๓

        จิตที่ปฏิบัติได้เช่นนี้เรียกว่า วิมุตติจิต (จิตหลุดพ้น) จัดเป็น สัมมาสมาธิ คือ ย่างเข้าสู่สภาพสงบถึงขีดสุดแล้ว ซึ่งเปรียบดังผิวน้ำในท้องทะเลที่ไม่มีลมพายุพัดรบกวน จนเหลือผิวน้ำเป็นเส้นระดับราบเรียบไปทั่วกัน ไม่มีระลอกคลื่นปรากฏอยู่เลย ฉนั้น

        รวมความแล้ว อุปธิวิเวกนี้จะเกิดอย่างสมบูรณ์มั่นคงได้เพียงใดนั้น ขึ้นอยู่กับ สัมมาสมาธิ ฌานที่ ๔ เพียงอย่างเดียว

        ถ้าจิตไม่รู้จักฐานที่ตั้งสติ หรือลืมทางที่จะยกจิตเข้าสู่ฐานที่ตั้งสติเสียแล้ว กายก็จะยังไม่สงบ และอุปธิก็ยังไม่สงบลงได้เลย เพราะจิตยังคงแลบออกจากฐานที่ตั้งสติ ไปวุ่นวายอยู่กับเรื่องที่เข้ามารบกวนตามธรรมชาติตลอดไป

        ความสงบสงัดทั้ง ๓ ประการนี้ จะเป็นปัจจัยส่งเสริมกันให้มีพลังมากขึ้นโดยลำดับ กล่าวคือ ถ้ากายสงบ จิตจึงจะสงบตามได้ ถ้าจิตสงบ อุปธิก็ย่อมสงบ เพราะรู้จักวิธีสลัดความยินดี-ยินร้ายออกไปได้มากขึ้น ตามลำดับ

        ดังนั้น ผู้ปฏิบัติจึงต้องฝึกวิธีเพิกอารมณ์ทั้งหลายให้ชำนาญทุกขณะจิต จนถึงขั้นที่ว่า ถ้ามีสิ่งใดมากระทบ ก็ให้เป็นสักแต่ว่ากระทบเท่านั้น (คือ รู้แล้วละเรื่องที่รู้ออกไปทันที) ความสงบสงัด (อุปธิวิเวก) ย่อมเกิดขึ้นโดยสมบูรณ์ ตลอดไป.

 

คัดลอกจาก ธรรมประทีป ๙ ธรรมะภาคปฏิบัติ อ.ไชยทรง จันทรอารีย์ หน้า ๑๒๓-๑๒๔

 

        ก่อนหน้า ฌานในศาสนาพุทธ

        อ่านต่อ   ปีติและสุข

 

        เรื่องสมาธิ

        สมาธิในพระพุทธศาสนา

        สมาธิในศาสนาพราหมณ์

        การปฏิบัติสมาธิ

        ประโยชน์ของการปฏิบัติสมาธิ

        สาเหตุให้พระศาสนาเสื่อมสูญ

        สัมมาสมาธิ (สมาธิถูก)

        ฌานในศาสนาพราหมณ์

        ฌานในศาสนาพุทธ

        วิเวก ๓

        ปีติและสุข

        การเกิดขึ้นของปีติและสุข

        ชนิดของปีติ

        นิมิตในขณะปฏิบัติสมาธิ

        สุญญตวิโมกข์

        อัญญาวิโมกข์

        การใช้ปัญญาตัดอารมณ์ฉับพลัน

        การนำผลของการปฏิบัติสมาธิไปใช้

        นิมิตแห่งจิต

        สมาธิที่มีโดยธรรมชาติ,ไม่มี

        ความตั้งใจทำงาน,ไม่ใช่สมาธิ

        การทำสมาธิ หลับตาหรือลืมตา

        เจโตสมาธิ (อาศัยความตั้งมั่นแห่งจิต)

        เจโตสมาธิ (อาศัยความประกอบเนืองๆ)

        เจโตสมาธิ (อาศัยมนสิการโดยชอบ)

        เจโตสมาธิ (อาศัยความไม่ประมาท)

        คำแนะนำการปฏิบัติสมาธิ