หนังสือธรรมประทีป ๙ ธรรมะภาคปฏิบัติ โดย อ.ไชยทรง จันทรอารีย์

 

นิมิตในขณะปฏิบัติสมาธิ (อารมณ์ทางใจ)

ก่อนอื่น ผู้ศึกษาและปฏิบัติสมาธิ จะต้องจำไว้ว่า วัตถุประสงค์ของการปฏิบัติสมาธิ ก็คือ ต้องสลัดอารมณ์ทั้งหลาย ออกไปจากจิตให้หมดสิ้น จนไม่เหลือไว้ให้ปรุงแต่งจิต ให้แสดงความยินดียินร้ายอีกต่อไป ที่เรียกว่าเป็น นิมิตหมายของจิต หรือ อารมณ์ทางใจ นั่นเอง

นิมิตเหล่านี้เกิดขึ้นคู่กับลมหายใจเข้าออก เพราะสติยังมีกำลังอ่อนอยู่ ทำให้จิตแลบออกไปสร้างมโนภาพต่างๆขึ้น รวมทั้ง ปีติและสุข ที่ได้บรรยายมาแล้วด้วย

 

ลักษณะของนิมิต

นิมิตที่จิตสร้างขึ้นนั้น ส่วนมากจะเห็นเป็นรูปร่าง หรือภาพ หรืออาจจะเกิดเป็นกลิ่น สี แสงสว่าง ซึ่งเคยพบปะมาในอดีตก็ได้ หรืออาจจะเป็นรูปผี ปีศาจ ยักษ์มาร อะไรก็ได้ ซึ่งจิตนึกคิดสร้างขึ้นเอง เป็นมโนภาพเท่านั้น จึงไม่อาจทำร้ายร่างกายผู้ปฏิบัติให้เป็นอันตรายได้เลย แต่ถ้าผู้ปฏิบัติกลัวขึ้นมาเอง โดยไม่รู้ความจริงแล้ว ย่อมเสียขวัญได้ และถ้าหากคุมสติไว้ไม่ได้ ทำให้ลุกขึ้นวิ่งหนีแล้ว ก็อาจเป็นบ้าไปได้เหมือนกัน

โปรดจำไว้ให้มั่นใจว่าสิ่งที่เห็นเป็นนิมิตต่างๆ นั้น ตัวผู้ปฏิบัติเองสร้างขึ้นทั้งสิ้น ไม่ใช่ผู้ใดมาสร้างเลย ดังนั้นวิธีแก้นิมิตเหล่านั้นให้หมดไป ก็คือ รีบยกจิตกลับไปตั้งและประคองให้มั่นคง ณ ฐานที่ตั้งสติให้ได้ทันที นิมิตทั้งหมดจะหายวับไปด้วยอำนาจสติที่เกิดขึ้น และทำให้สมาธิก้าวหน้า สงบมากตามลำดับไปทันทีด้วย

สาเหตุอื่นที่ทำให้เกิดนิมิตทางใจเช่นนี้ ก็คือ ผู้ปฏิบัติที่ไม่ได้ศึกษาเรื่องสมาธิให้ถูกต้องว่า ตนมีหน้าที่สนใจอยู่ในขณะปฏิบัติเพียงอย่างเดียวเท่านั้น คือสร้างสติให้เกิดขึ้นที่ฐานที่ตั้งสติที่ได้อุปโลกน์ไว้ แต่ด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ผู้ปฏิบัติเองกลับไปอธิษฐานจิต ตั้งความปรารถนาขอเห็นนิมิตอย่างนั้นอย่างนี้ ก่อนลงมือปฏิบัติ เช่น ขอเห็นนรก เห็นสวรรค์ เป็นต้น

พอลงมือปฏิบัติจริง จิตซึ่งมีแนวโน้มจะสร้างนิมิตอยู่เดิมแล้ว ก็จะถูกชี้นำให้น้อมไปสร้างนรก สวรรค์ ให้เห็นได้ ทำให้ผู้ปฏิบัติหลงผิดออกไปอีกว่า การปฏิบัติธรรมของตนก้าวหน้าแล้ว ทั้งๆ ที่ตนเองไม่มีพลังสติควบคุมไว้ให้สงบ จิตก็เลยได้โอกาสสร้างนิมิตให้เห็น เป็นภาพปราสาท พระราชวัง ภูเขา ทุ่งหญ้า ดอกไม้ที่มีสีสรรค์ และทิวทัศน์สวยสดงดงาม ทำให้ผู้ปฏิบัติหลงทางออกไปเพลิดเพลิน ติดอยู่กับนิมิตเหล่านี้ และปฏิบัติไม่ก้าวหน้า เพราะไม่ได้สลัดนิมิตทางใจเหล่านี้ทิ้งเสีย,เท่านั้น

ถ้าสลัดนิมิตทางใจทิ้งเสียได้อย่างสิ้นเชิงแล้ว ก็ย่อมพบ จิตตัวใน อชฺฌตฺตํ สมยํ จิตฺตํ ที่สงบถึงขีดสุดตามสภาพเดิมที่แท้จริงได้

 

คัดลอกจากธรรมประทีป ๙ ธรรมะภาคปฏิบัติ อ.ไชยทรง จันทรอารีย์ หน้า ๑๓๓-๑๓๕

 

ก่อนหน้า  ปีติและสุข

อ่านต่อ  สุญญตวิโมกข์