หนังสือธรรมประทีป ๙ ธรรมะภาคปฏิบัติ โดย อ.ไชยทรง จันทรอารีย์

 

สมาธิที่มีโดยธรรมชาติ,ไม่มี

กล่าวตามสภาวธรรมแล้ว จิตนี้มีความปราดเปรียว ว่องไวต่อการรับอารมณ์มาก เพราะได้รับการสั่งสมอบรมมาในอดีต รับอารมณ์อย่างหนึ่งแล้วก็เปลี่ยนไปรับอารมณ์อื่นต่อไปตามลำดับ เพื่อแสวงหาอารมณ์ที่ดีกว่ามาครอบครอง ครั้นได้รับอารมณ์ที่ดีกว่ามาแล้ว ก็ต้องการเปลี่ยนไปรับอารมณ์ที่ประณีตอื่นอีก จึงไม่อาจรับอารมณ์อันเก่าไว้ตลอดกาล จิตจึงซัดส่ายไปตามอารมณ์โดยธรรมชาติ

ดังนั้น ผู้ที่กล่าวว่า สมาธิมีอยู่แล้วโดยธรรมชาติ จึงเข้าใจผิดพลาดทีเดียว

มีพระบาลีในจิตตวรรค แห่งพระธรรมบท รับรองไว้ดังนี้ "ผนฺทนํ จปลํ จิตฺตํ ทุรกฺขํ ทุนฺนิวารยํ, อุชุง กโรติ เมธาวี อุสุกาโร ว เตชนํ" แปลว่า "ผู้มีปัญญาย่อมทำจิตที่ดิ้นรน กลับกลอก รักษายาก ห้ามยาก,ให้ตรงได้ เหมือนช่างศรดัดลูกศรให้ตรงได้ ฉะนั้น"

ทั้งนี้ความหมายชัดเจนอยู่ในตัวแล้วว่า จะต้องพากเพียรฝึกจิตที่ดิ้นรนกลับกลอกนี้ ให้มีสมาธิขึ้น จะนึกคิดเอาเองว่าให้จิตเป็นสมาธิ หรือเข้าใจว่าจิตมีสมาธิอยู่แล้วโดยธรรมชาติเป็นขณะๆ,ไม่ได้เลย

 

คัดลอกจากธรรมประทีป ๙ ธรรมะภาคปฏิบัติ อ.ไชยทรง จันทรอารีย์ หน้า ๑๔๒

 

ก่อนหน้า  นิมิตแห่งจิต

อ่านต่อ  ความตั้งใจทำงาน,ไม่ใช่สมาธิ