หนังสือธรรมประทีป ๙ ธรรมะภาคปฏิบัติ โดย อ.ไชยทรง จันทรอารีย์

 

การทำสมาธิ หลับตาหรือลืมตา

ในปัจจุบันนี้ ได้มีความเห็นขัดแย้งในหมู่นักธรรมะ เรื่องปฏิบัติสมาธิ ต้องหลับตา หรือ ต้องลืมตา กล่าวคือ ฝ่ายหนึ่งมีความเห็นว่า ต้องลืมตาจึงจะรู้เห็นว่าอะไรเป็นอะไร และเกิดปัญญาขึ้นได้ อีกฝ่ายหนึ่งก็มีความเห็นว่า ต้องหลับตาเพื่อตัดอารมณ์ที่พากันเข้ามาทางตาเสียก่อนจึงปฏิบัติสมาธิ เพื่อตัดความรู้สึกที่เกิดจากความนึกคิดเพียงด้านเดียว ทำให้จิตสงบได้ง่ายขึ้น

ในสมัยที่พระพุทธองค์ทรงปฏิบัติสมาธิจงกรม อยู่ในโรงกระเดื่อง เมืองอาตุมา และได้มีสายฟ้าผ่าชาวนาสองคนกับโคพลิพัทสี่ตัวตาย แถวใกล้ๆกันนั้น ฝูงชนได้พากันมากราบทูลถามว่า ทรงเห็นหรือได้ยินฟ้าผ่าหรือไม่ พระองค์ได้ทรงกล่าวตอบว่า ไม่เห็นและไม่ได้ยิน ทั้งๆ ที่ตื่นอยู่และความทรงจำยังดีอยู่ ฝูงชนเหล่านั้นจึงเกิดเลื่อมใสในวิหารธรรม (ที่ตั้งของจิต) อันสงบของพระองค์ ว่าเป็นที่น่าอัศจรรย์ ถึงกับกราบทูลถวายผ้าเนื้อทองสิงคีสองผืนสำหรับทรงใช้ด้วย

ทั้งนี้แสดงว่า ในขณะที่ทรงปฏิบัติสมาธิจนจิตสงบอยู่นั้น พระพุทธองค์ได้ทรงหลับตาอย่างมิต้องสงสัย จึงไม่เห็นฟ้าผ่าชาวนาสองคนและโคพลิพัทสี่ตัวตาย ดังนั้นการปฏิบัติสมาธิจึงจำเป็นต้องหลับตาอย่างแน่นอน

การที่มีผู้เห็นว่าเวลาปฏิบัติสมาธิต้องลืมตา โดยอ้างเหตุผลว่า เพื่อให้รู้เห็นอะไรๆตามที่เป็นจริงนั้น สันนิษฐานว่าน่าจะเกิดจาก ดูตำราธรรมะของเว่ยหล่างที่ใช้ปัญญาตัดอารมณ์อย่างฉับพลัน หรือดูตำราปัญญานิเทศในคัมภีร์พระอภิธรรม ซึ่งได้ละคำว่าสมาธิไว้ในฐานที่เข้าใจ เพราะได้กล่าวมาอย่างละเอียดก่อนหน้านี้แล้ว เพียงแต่นำผลของการปฏิบัติสมาธินั้นไปใช้ ตัดอารมณ์ที่เข้ามาทางช่องทางทั้ง ๖ (ซึ่งเรียกว่า วิปัสสนา) ซึ่งเป็นขณะที่ลืมตาอยู่ โดยไม่ให้จิตถูกปรุงแต่งเลย,เท่านั้น

ดังนั้น ที่พระพุทธองค์ทรงออกจากสมาธิ แล้วจึงสนทนากับฝูงชนข้างต้นนั้น ทรงลืมตาอย่างมิต้องสงสัย กล่าวคือ ทรงเปลี่ยนจากการปฏิบัติสมาธิ แล้วทรงติดต่อสนทนากับฝูงชน โดยใช้พระสติแทนสมาธิ เพื่อมิให้จิตหวั่นไหวไปกับอารมณ์ที่เกิดขึ้น

จึงสรุปได้ว่า ในขณะที่ปฏิบัติสมาธินั้น เป็นขณะที่ฝึกตัดอารมณ์ทางความนึกคิดเพียงอย่างเดียว จึงต้องหลับตาเพื่อตัดอารมณ์ชั้นนอกที่เข้ามารวม ๕ ทางออกเสีย เพื่อศึกษาวิธีตัดอารมณ์ชั้นในเพียงทางเดียวเท่านั้น แต่ในขณะที่ใช้ผลของการปฏิบัติสมาธิ คือ วิปัสสนา นั้น เปลี่ยนเป็นใช้สติแทนเพื่อรองรับอารมณ์ชั้นนอกโดยให้จิตตั้งมั่นอยู่ได้ จึงต้องลืมตาเป็นธรรมดา

 

คัดลอกจากธรรมประทีป ๙ ธรรมะภาคปฏิบัติ อ.ไชยทรง จันทรอารีย์ หน้า ๑๔๘-๑๔๙

 

ก่อนหน้า  ความตั้งใจทำงาน,ไม่ใช่สมาธิ

อ่านต่อ  เจโตสมาธิ